หน่วยที่ 1 ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับระบบฐานข้อมูล (ต่อ)

หน่วยที่ 1

ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับระบบฐานข้อมูล (ต่อ)

          ปัญหาของการจัดการข้อมูลในอดีต  มีรายละเอียด มีดังนี้

  • แฟ้มข้อมูลมีความยุ่งยากจากการประมวลผลกับระบบแฟ้มข้อมูล                   
  • แฟ้มข้อมูลไม่มีความเป็นอิสระระหว่างโปรแกรมกับแฟ้มข้อมูล                   
  • แฟ้มข้อมูลมีความซ้ำซ้อนมากเกิดปัญหาการเรียกใช้เพิ่ม ลบ แก้ไขและค้นหาข้อมูล                 
  • แฟ้มข้อมูลมีความถูกต้องของข้อมูลน้อย                  
  • แฟ้มข้อมูลมีความปลอดภัยน้อย                   
  • แฟ้มข้อมูลไม่มีการควบคุมจากศูนย์กลาง                      

           ประโยชน์ของระบบฐานข้อมูล

  • ลดความซ้ำซ้อนของข้อมูล
  • แก้ปัญหาความขัดแย้งกันของข้อมูล
  • การบริหารจัดการฐานข้อมูลทำได้ง่าย
  • กำหนดมาตรฐานของข้อมูลได้
  • สามารถใช้งานฐานข้อมูลร่วมกันได้
  • เกิดความเป็นอิสระระหว่างข้อมูลกับโปรแกรม หมายถึง โปรแกรมเป็นอิสระจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างข้อมูล
  • กำหนดระบบรักษาความปลอดภัยให้กับข้อมูลได้

          ประโยชน์ของระบบฐานข้อมูลอื่นๆ ได้แก่

  • ข้อมูลในระบบฐานข้อมูลสามารถใช้ร่วมกันได้ ตัวอย่างเช่น โปรแกรมระบบเงินเดือน สามารถเรียกใช้ข้อมูลรหัสพนักงานจาฐานข้อมูลเดียวกับโปรแกรมระบบการขาย ตามภาพในตอนท้ายที่ผ่านมา เป็นต้น
  • ระบบฐานข้อมูลสามารถช่วยให้มีความซ้ำซ้อนน้อยลง ที่ลดความซ้ำซ้อนได้ เพราะเก็บแบบรวม
  • ระบบฐานข้อมูลช่วยหลีกเลี่ยงหรือลดความไม่คงที่ของข้อมูล
  • ระบบฐานข้อมูลสนับสนุนการทำธุรกรรม  ธุรกรรม คือ ขั้นตอนการทำงานหลายกิจกรรมย่อยมารวมกัน
  • ระบบฐานข้อมูลสามารถช่วยรักษาความคงสภาพหรือความถูกต้องของข้อมูลได้ โดยผู้บริหารฐานข้อมูลเป็นผู้กำหนดข้อบังคับความคงสภาพ  ตามที่ผู้บริหารข้อมูล  มอบหมาย เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ใช้เปลี่ยนแปลงข้อมูลในฐานข้อมูลทีโดยไม่ถูกต้อง ไม่ว่าจะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม
  • สามารถบังคับใช้มาตรการรักษาความปลอดภัย กล่าวคือ ผู้บริหารฐานข้อมูลสามารถ กำหนดข้อบังคับ เรื่องปลอดภัย
  • สามารถบังคับให้เกิดมาตรฐานการจัดการข้อมูลได้
  • ระบบฐานข้อมูลให้เกิดความเป็นอิสระของข้อมูล เป็นประโยชน์ข้อสำคัญที่สุดเพราะทำให้ข้อมูลไม่ขึ้นอยู่กับการแทนค่าข้อมูลเชิงกายภาพ

           ระบบจัดการฐานข้อมูล (Database Management System) หรือที่เรียกว่า ดีบีเอ็มเอส (DBMS) เป็นกลุ่มโปรแกรมที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในระบบติดต่อระหว่างผู้ใช้กับฐานข้อมูล เพื่อจัดการและควบคุมความถูกต้อง ความซ้ำซ้อน และความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูลต่างๆ ภายในฐานข้อมูล

          ประโยชน์ของระบบจัดการฐานข้อมูล Database Management System (DBMS) ได้แก่

  • ระบบจัดการฐานข้อมูลเป็น Graphical User Interface (GUI) ซึ่งทำให้ง่ายต่อการใช้งานในทุก ๆ ระดับไม่ว่าจะเป็น ผู้เริ่มต้น จนถึงผู้เชี่ยวชาญ
  • ระบบจัดการฐานข้อมูลผู้ใช้ไม่จำเป็นจะต้องจดจำคำสั่งทั้งหมดในการทำงาน แต่สามารถใช้คุณสมบัติต่าง ๆ ที่มีอยู่ใน DBMS แต่ละประเภท
  • ระบบจัดการฐานข้อมูลมีประสิทธิภาพ และมีการแจ้งเตือน โดยบาง DBMS นั้นมีคุณสมบัติเมื่อคุณดำเนินงานผิดพลาด จะพบข้อแจ้งเตือน รวมไปถึงข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหาด้วยเช่นกัน
  • ระบบจัดการฐานข้อมูลมีการเรียนรู้ง่าย และใช้งานการทำงานเป็นไปอย่างรวดเร็ว

             หน้าที่ของระบบการจัดการฐานข้อมูล

  • แปลงคำสั่งที่ใช้จัดการกับข้อมูลภายในฐานข้อมูล ให้อยู่ในรูปแบบที่ฐานข้อมูลเข้าใจ
  • นำคำสั่งต่าง ๆ ซึ่งได้รับการแปลแล้ว ไปสั่งให้ฐานข้อมูลทำงาน เช่น การเรียกใช้ (Retrieve) จัดเก็บ (Update) ลบ (Delete) เพิ่มข้อมูล (Add) เป็นต้น
  • ป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับข้อมูลภายในฐานข้อมูล โดยจะคอยตรวจสอบว่าคำสั่งใดที่สามารถทำงานได้ และคำสั่งใดที่ไม่สามารถทำงานได้
  • รักษาความสัมพันธ์ของข้อมูลภายในฐานข้อมูลให้มีความถูกต้องอยู่เสมอ
  • เก็บรายละเอียดต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลภายในฐานข้อมูลไว้ในพจนานุกรมข้อมูล ซึ่งรายละเอียดเหล่านี้มักจะถูกเรียกว่า เมทาดาต้า (MetaData) ซึ่งหมายถึง "รายละเอียดข้อมูล"
  • ดูแลการใช้งานให้กับผู้ใช้ ในการติดต่อกับตัวจัดการระบบแฟ้มข้อมูลได้ โดยจะทำหน้าที่ติดต่อกับระบบแฟ้มข้อมูลซึ่งเสมือนเป็นผู้จัดการแฟ้มข้อมูล (file manager) นำข้อมูลจากหน่วยความจำสำรองเข้าสู่หน่วยความจำหลักเฉพาะส่วนที่ต้องการใช้งาน และทำหน้าที่ประสานกับตัวจัดการระบบแฟ้มข้อมูลในการจัดเก็บ เรียกใช้ และแก้ไขข้อมูล
  • ควบคุมการใช้ข้อมูลพร้อมกัน ในระบบคอมพิวเตอร์ที่ใช้อยู่ปัจจุบัน โปรแกรมการทำงานมักจะเป็นแบบผู้ใช้หลายคน (Multi User) จึงทำให้ผู้ใช้แต่ละคนสามารถเรียกใช้ข้อมูลได้พร้อมกัน ระบบจัดการฐานข้อมูลที่มีคุณสมบัติควบคุมการใช้ข้อมูลพร้อมกันนี้ จะทำการควบคุมการใช้ข้อมูลพร้อมกันของผู้ใช้หลายคนในเวลาเดียวกันได้ โดยมีระบบการควบคุมที่ถูกต้องเหมาะสม เช่น ถ้าการแก้ไขข้อมูลนั้นยังไม่เรียบร้อย ผู้ใช้อื่นๆ ที่ต้องการเรียกใช้ข้อมูลนี้จะไม่สามารถเรียกข้อมูลนั้นๆ ขึ้นมาทำงานใดๆ ได้ ต้องรอจนกว่าการแก้ไขข้อมูลของผู้ที่เรียกใช้ข้อมูลนั้นก่อนจะเสร็จเรียบร้อย จึงจะสามารถเรียกข้อมูลนั้นไปใช้งานต่อได้ ทั้งนี้เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาการเรียกใช้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง
  • ควบคุมระบบความปลอดภัยของข้อมูลโดยป้องกันไม่ให้ผู้ที่ไม่ได้รับอนุญาตเข้ามาเรียกใช้หรือแก้ไขข้อมูลในส่วนป้องกันเอาไว้ พร้อมทั้งสร้างฟังก์ชันในการจัดทำข้อมูลสำรอง
  • ควบคุมการใช้ข้อมูลในสภาพที่มีผู้ใช้พร้อม ๆ กันหลายคน โดยจัดการเมื่อมีข้อผิดพลาดของข้อมูลเกิดขึ้น     

หมายเหตุ *ผู้บริหารฐานข้อมูล (DBA : Database Administrator) ทำหน่้าที่เป็นผู้ควบคุมมและบริหารจัดการฐานข้อมูลทั้งหมด โดยจะสามารถจัดการกับโครงสร้างฐานข้อมูลได้ รวมถึงจะเป็นผู้กำหนดสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้ฐานข้อมูล


          ระบบจัดการฐานข้อมูลที่นิยมใช้กันในปัจจุบัน ได้แก่

  • ออราเคิล (Oracle)
  • ไอบีเอ็ม ดีบีทู (IBM DB2)
  • ไมโครซอฟท์ ซีควลเซิร์ฟเวอร์ (Microsoft SQL Server)
  • ไซเบส (Sybase)
  • แคเช่ (Cache')
  • PostgreSQL
  • Progress
  • มายเอสคิวแอล (MySQL)
  • Interbase
  • Firebird
  • Pervasive SQL
  • แซพ ดีบี (SAP DB)
  • ไมโครซอฟท์ แอคเซส (Microsoft Office Access)
  • SQLite