การวิเคราะห์ระบบ(1)

การวิเคราะห์ระบบ (System Analysis)
 
  • ระบบคืออะไร

                    ระบบ (System) มีลักษณะเป็นกลุ่ม (Set) ที่มีองค์ประกอบ (Component) หลายๆส่วน โดยแต่ละองค์ประกอบ จะทำงานร่วมกันเพื่อจุดประสงค์ (Purpose) เดียวกัน

                    ส่วนประกอบภายในระบบหรือระบบย่อยจำเป็นต้องได้รับการประสานการทำงานที่ดี หากมีส่วนประกอบส่วนใดส่วนหนึ่งไม่สามารถประสานการทำงานร่วมกับส่วนอื่น ๆ ได้ตามที่ควรจะเป็น ย่อมส่งผลให้ระบบเกิดข้อขัดข้อง ไม่ราบรื่น หรือท้ายสุดอาจก่อให้เกิดความล้มเหลวในระบบได้ ระบบที่ดีจะต้องได้รับการออกแบบระบบย่อยต่าง ๆ ให้มีความเป็นอิสระต่อกันมากที่สุด ด้วยการลดจำนวนเส้นทางการไหลของข้อมูล (Flows) ระหว่างกันเท่าที่จะเป็นไปได้ ซึ่งการกระทำดังกล่าวจะทำให้ระบบแลดูง่ายและช่วยลดความซับซ้อนในการพัฒนาระบบ

                    สรุประบบ คือ กลุ่มขององค์ประกอบต่างๆ ที่ทำงานร่วมกันเพื่อจุดประสงค์อันเดียวกัน ระบบอาจจะประกอบด้วย บุคคลากร เครื่องมือ เครื่องใช้ พัสดุ วิธีการ ซึ่งทั้งหมดนี้จะต้องมีระบบจัดการอันหนึ่ง เพื่อให้บรรลุจุดประสงค์อันเดียวกัน โดยระบบแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้

  1. ระบบปิด (Closed System) เป็นระบบที่ไม่มีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม มีจุดมุ่งหมายในการทำงานภายในตัวเอง โดยไม่ยุ่งเกี่ยวหรือรับข้อมูลจากสิ่งแวดล้อมใด ๆ เข้ามา  ตัวอย่างเช่น สัญญาณจราจรแบบปิด
  2. ระบบเปิด (Open System) เป็นระบบที่มีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมด้วยการแลกเปลี่ยน หรือรับข่าวสารจากสภาพแวดล้อมเข้ามาในระบบเพื่อทำการประมวลผลร่วม ตัวอย่างเช่น สัญญาณไฟจราจรแบบเปิด ที่มีตัวเซ็นเซอร์ตรวจจับความหนาแน่นของรถในแต่ละแยก
  • การวิเคราะห์ระบบ (system analysis) คืออะไร             
                    การวิเคราะห์ระบบ (system analysis) คือ การศึกษาวิธีการดำเนินงานของระบบเพื่อความเข้าใจและตระหนักถึงปัญหาและแนวทางการแก้ไขปัญหาระบบนั้น ๆ ดังนั้นการวิเคราะห์ระบบ คือ การศึกษาวิถีทางการดำเนินงานเพื่อนำไปใช้ในการออกแบบและพัฒนาระบบสารสนเทศ หรืออาจจะหมายถึงการวิเคราะห์ระบบช่วยในการแก้ไขระบบสารสนเทศเดิมที่มีอยู่แล้วให้ดีขึ้น
                   การวิเคราะห์ระบบ เป็นการศึกษาถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในระบบงานปัจจุบัน เพื่ออกแบบระบบการทำงานใหม่ การวิเคราะห์ระบบต้องการปรับปรุงและแก้ไขระบบงานเดิมให้มีทิศทางที่ดีขึ้น ระบบงานที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบันเรียกว่า “ระบบปัจจุบัน” แต่หากต่อมาได้มีการพัฒนาระบบใหม่และมีการนำมาใช้งานทดแทนระบบงานเดิม จะเรียกระบบปัจจุบันที่เคยใช้นั้นว่า   “ระบบเก่า”
                    สรุปการวิเคราะห์ระบบ เป็นการศึกษาถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในระบบงานปัจจุบัน (Current System) เพื่อออกแบบระบบใหม่ (New System) เป้าหมายยังรวมถึงการปรับปรุงและแก้ไขระบบงานเดิมให้ดีขึ้น ในการวิเคราะห์ระบบเพื่อพัฒนาระบบใหม่ทดแทนระบบงานเดิมจะประกอบด้วยเหตุผลดังนี้ เพื่อปรับปรุงบริการ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน เพิ่มกระบวนการควบคุมการทำงาน ลดต้นทุนการดำเนินงาน และสำหรับความต้องการสารสนเทศที่มากขึ้น
              
  • ใครคือผู้วิเคราะห์ระบบ

                    นักวิเคราะห์ระบบ (system analyst : SA) คือ ผู้ที่ศึกษาปัญหาและความต้องการของระบบโดยนำปัจจัยเกี่ยวกับคน วิธีการ และเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการปรับปรุงแก้ไขปัญหา นักวิเคราะห์ระบบจะต้องกำหนดจุดมุ่งหมายของการวิเคราะห์ กำหนดขอบเขตของการวิเคราะห์ ต้องทำความเข้าใจโครงสร้างขององค์การ โครงสร้างของข้อมูลและบุคลากรที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนขั้นตอนการทำงานซึ่งจะต้องอธิบายให้เห็นถึงผู้รับผิดชอบงาน (who) สิ่งที่จะกระทำ (what) เวลา (when) และวิธีการทำ (how)  งานของนักวิเคราะห์ระบบจะต้องเกี่ยวข้องกับบุคคลหลายระดับ เช่น ผู้ใช้ระบบ นักเขียนโปรแกรม ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ผู้บริหาร และผู้ใช้อื่น ๆ เพื่อที่จะพัฒนาระบบที่เหมาะสมให้กับองค์การ

  • งานหลักของนักวิเคราะห์ระบบคืออะไร

                    แน่นอนว่าคือการวิเคราะห์และออกระบบ แต่จะวิเคราะห์ได้อย่างไร คำตอบคือต้องเป็นผู้ประสานการติดต่อบุคคลต่าง ๆ เพื่อรวบรวมข้อมูลความต้องการของผู้ที่เกี่ยวข้องกับระบบ แล้วนำเอาข้อมูลเหล่านั้นมาวิเคราะห์เพื่อทำการสร้างระบบใหม่

                    งานหลักของนักวิเคราะห์ระบบ คือ วางแผน (Planning) วิเคราะห์ความต้องการ (Requirement Analysis) พิจารณาตัดสินใจใช้ระบบสารสนเทศ กำหนดรายละเอียดระบบใหม่ ออกแบบระบบและอาจจะรวมถึงการจัดหา Hardware & Software ใหม่ หรืออาจจะมีหน้าที่อื่นๆอีก อันได้แก่ เป็นผู้ประสานงาน รวบรวมข้อมูลและสารสนเทศต่างๆของระบบเดิม สร้างแบบจำลอง ทดสอบโปรแกรมหรือระบบที่ได้สร้างขึ้น ติดตั้งและปรับเปลี่ยนระบบ จัดทำเอกสารและคู่มือประกอบการใช้ บำรุงดูแลรักษาและประเมินผลการปฏิบัติงาน เป็นผู้แทนการเปลี่ยนแปลง รวมไปจนถึงเป็นผู้ให้คำปรึกษา

  • คุณสมบัติของนักวิเคราะห์ระบบมีอะไรบ้าง
                    มีความรู้ด้านเทคนิค (technical skills)   นักวิเคราะห์ระบบที่ประสบความสำเร็จ ต้องมีความรู้ความชำนาญด้านเครื่องมือและเทคนิคที่ใช้สำหรับวิเคราะห์และออกแบบระบบ เพราะต้องจัดหาอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศที่เหมาะสมกับการใช้งานของระบบสารสนเทศ
                    มีทักษะด้านการวิเคราะห์ (analytical skills) นับเป็นเรื่องสำคัญที่สุดเพราะนักวิเคราะห์ระบบจะต้องสามารถระบุปัญหา สาเหตุของปัญหา ประเด็นต่าง ๆ ค้นหาวิธีการแก้ไขปัญหาอย่างมีระบบ สมเหตุสมผล วิเคราะห์ต้นทุนและผลตอบแทน ตลอดจนทางเลือกเพื่อช่วยในการตัดสินใจว่าควรลงทุนในการพัฒนาระบบใหม่หรือไม่
                    มีทักษะด้านการจัดการ (managerial skills) นักวิเคราะห์ระบบควรมีความรู้ด้านการจัดการขององค์การ อาจเป็นความรู้ที่ได้จากประสบการณ์ หรือศึกษาเพิ่มเติมด้วยตนเอง
                    มีทักษะด้านการสื่อสารระหว่างบุคคล (interpersonal skills) นักวิเคราะห์ระบบจะต้องเป็นผู้ประสานงานกับผู้เกี่ยวข้องในหลายระดับ และบางครั้งอาจเป็นผู้นำทีมงานพัฒนาระบบงาน จึงต้องมีความเป็นผู้นำหรือผู้ร่วมทีม มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี และมีความสามารถในการสื่อสารอย่างดี
 
  • ทำไมต้องเรียนวิชาวิเคราะห์และออกแบบระบบ
                    ปัจจุบันสิ่งแวดล้อมของการพัฒนาระบบจะซับซ้อนมากขึ้นและเน้นระบบสารสนเทศรวมขององค์การ และการบูรณาการระบบ จากนวัตกรรมของเทคโนโลยีใหม่ ๆ เช่น ไคลอันเซิรฟ์เวอร์ (client/server) หรือที่เรียกว่า ผู้ให้บริการและผู้รับบริการ   อินเทอร์เน็ต (internet)  เวิลร์ดไวด์เว็บ (world wide web) ธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ (e-business)  ฯลฯ
                    ทำให้นักวิเคราะห์ระบบต้องเรียนรู้ทักษะและเทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อสามารถจัดการความเปลี่ยนแปลงและสนองความต้องการหลากหลายขององค์การ โดยเฉพาะสภาพแวดล้อมในการดำเนินธุรกิจสมัยใหม่ สามารถอธิบายปัญหาทางธุรกิจ และนำไปจัดทำแนวทางการแก้ปัญหาโดยใช้เทคโนโลยีใหม่ได้ ซึ่งแนวคิดของการพัฒนาระบบจะให้ความสำคัญกับการเข้าถึงข้อมูลมากขึ้น เมื่อจัดเก็บไว้แหล่งใดก็ตามก็ต้องสามารถเข้าถึงได้จากหลาย ๆ งาน โดยมองภาพรวมการใช้ข้อมูลขององค์การ
 
  • เริ่มต้นวิเคราะห์ระบบได้อย่างไร

                    การวิเคราะห์ระบบเริ่มต้นจะต้องมีจุดมุ่งหมายของระบบ ต้องสำรวจแยกแยะปัญหา และกำหนดปัญหานั้นเป็นหัวข้อเพื่อทำการศึกษาและหาแนวทางการแก้ไขปัญหา

                    การวิเคราะห์ปัญหาหรือการกำหนดปัญหาของระบบ ระบุปัจจัยหรือตัวแปรที่เกี่ยวข้องกับปัญหาวิเคราะห์และสังเคราะห์ปัจจัยที่เป็นสาเหตุของปัญหา เสนอวิธีการในการแก้ไขปัญหาและทางเลือก การศึกษาความเป็นไปได้ของระบบที่จะทำใหม่ การวิเคราะห์ความต้องการสำหรับระบบที่จะนำมาใช้ใหม่ และการวิเคราะห์เพื่อตัดสินใจ

  • แบบจำลองระบบคืออะไร

                    แบบจำลองระบบ คือ สัญลักษณ์ที่ใช้จำลองข้อเท็จจริงต่างๆ ที่เกิดขึ้นในระบบ เป็นแผนภาพที่แสดงให้เห็นในแต่ละมุมมองของระบบ

  • ทำไมต้องมีแบบจำลองระบบ

                    การมีแบบจำลองระบบเพราะมีไว้เป็นเครื่องมือที่ใช้แทนการสื่อสารด้วยข้อความหรือคำพูด เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้การสื่อสารระหว่างกลุ่มบุคคล มีความถูกต้องตรงกัน เกิดขึ้นระหว่างการวิเคราะห์ความต้องการ และนำไปใช้ในการออกแบบระบบ

                     แล้วทำไมต้องมีแบบจำลองหลายชนิด คำตอบก็คือ ไม่มีแบบจำลองชนิดใดที่สามารถนำเสนอมุมมองในความต้องการของระบบได้ครบทุกๆส่วน

                    สรุปการมีแบบจำลองระบบช่วยแบบจำลองเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้การสื่อสารระหว่างบุคคลทุกฝ่ายมีความถูกต้องตรงกันมากขึ้น แบบจำลองสะท้อนให้เห็นหน้าที่การทำงานของระบบในด้านต่าง ๆ ได้อย่างชัดเจน รวมไปจนถึงการมีแบบจำลองประกอบด้วยรูปภาพสัญลักษณ์แสดงให้เห็นการทำงานของระบบ หรือแสดงให้เห็นหน้าที่ของระบบ  โครงสร้าง และส่วนประกอบต่าง ๆ

  • ชนิดของแบบจำลองระบบมีอะไรบ้าง

                    แบ่งชนิดของแบบจำลองใหญ่ๆได้ 3 แบบ

  1. แบบจำลองทางคณิตศาสตร์ เป็นกลุ่มของสูตรคำนวณและการใช้ฟังก์ชั่น
  2. แบบจำลองที่อธิบายเป็นถ้อยคำอธิบาย เป็นรายละเอียด เช่น รหัสจำลอง (Pseudo Code)
  3. แบบจำลองแผนภาพ

                    สำหรับวิเคราะห์และออกแบบระบบสารสนเทศ จำแนกเป็นแบบจำลองแผนภาพได้ 3 แบบ คือ

  1. แบบจำลองกระบวนการ ได้แก่ ดีเอฟดี และ เครื่องมือทีใช้ร่วมกันได้แก่ พจนานุกรมข้อมูล ผังโครงสร้างระบบงาน ผังงาน ภาษาโครงสร้าง ตารางการตัดสินใจและผังต้นไม้ 
  2. แบบจำลองฐานข้อมูลได้แก่ อีอาร์ (ER-Model)
  3. แบบจำลองเชิงวัตถุ ได้แก่ ยูเอ็มแอล (UML)

                     หรือเขียนให้เข้าใจง่ายวิเคราะห์และออกแบบระบบสารสนเทศแบ่งได้ดังนี้ คือ แบบจำลองแผนภาพประเภทเชิงโครงสร้างและเชิงวัตถุ

  1. แบบจำลองตามแนวทางเชิงโครงสร้าง (Structured Analysis) – Process Model (DFD) + Data Model (ER)
  2. แบบจำลองตามแนวทางเชิงวัตถุ (Object Oriented Analysis) – UML (Unified Modeling Language)  

                    หรือประเภทของแบบจำลองที่ใช้ในการพัฒนาระบบสารสนเทศ                    

  1. แบบจำลองเชิงตรรกะ (Logical Model) เป็นแบบจำลองที่อธิบายการดำเนินงานในระบบว่ามีการทำงานและความต้องการใดบ้างโดยไม่คำนึงถึงเทคโนโลยี หรือโปรแกรมภาษาใดๆ ที่นำมาติดตั้งใช้งาน
  2. แบบจำลองเชิงกายภาพ (Physical Model) เป็นแบบจำลองที่นอกจากจะอธิบายการดำเนินงานของระบบว่าทำงานอะไรแล้ว ยังอธิบายว่ามีการดำเนินงานอย่างไร นอกจากนี้ยังมีการแสดงถึงประสิทธิภาพของเทคโนโลยีที่เลือกมาติดตั้งใช้งานเพื่อสนองความต้องการ และแสดงข้อจำกัดของเทคโนโลยีนั้นๆ ด้วย
  • แบบจำลองกระบวนการ
              แบบจำลองกระบวนการ (modeling  process) หรือ แบบจำลองการประมวลผล (Processing Model) ใช้สำหรับอธิบายพฤติกรรมของระบบในเชิงนามธรรม โดยแสดงให้ทราบแง่มุมของการประมวลผล
               แบบจำลองการประมวลผล แสดงให้ทราบถึงลักษณะของกระบวนการ ต่างๆ (processes) ในระบบที่จะต้องทำหน้าที่ในการประมวลผลร่วมกัน เช่นแสดงให้ทราบถึงหน้าที่ของกระบวนการ ขั้นตอนการประมวลผล เงื่อนไขในการประมวลผล และโครงสร้างของกระบวนการต่างๆ ที่ทำหน้าที่ร่วมกัน เป็นต้น

                              *** สอนและอธิบายเพียงแผนภาพกระแสข้อมูล Data Flow Diagram (DFD) ***